บทที่ 5 เซอร์ไพรส์ 3
“ฉันถามว่าแกเอาเงินให้พ่อเหรอ? เงินล้านที่โอนให้อีเด็กเหลือขอนั่น”
คุณหมอหนุ่มส่ายหน้าเป็นคำตอบ ก่อนจะหยิบหมอนอิงขึ้นมากอดและทำท่าว่าจะหลับไปอีกครั้ง “จะเอามาจากไหนเงินเป็นล้าน แกก็เห็นว่าฉันช็อกเหมือนกัน ไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง... พูดเป็นการ์ตูนไปได้”
“แล้วพ่อเอามาจากไหน?” หลังจากได้รับคำตอบจากพี่ชายที่เอนตัวไปกับโซฟาแล้วหลับไป โมลีก็มาไล่บี้เอากับพ่ออีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ท่านคงไม่มีตัวช่วยแล้ว จึงได้แต่เบะปากเหมือนจะร้องไห้ จากนั้นก็มองไปที่ภรรยาสาวเพื่อขอความเห็นใจ
“คุณรุ้ง ให้อภัยผมได้ไหม? ผมไม่ได้นอกใจคุณรุ้งเลยนะ แค่เผลอไปสงสารเด็กมันก็เท่านั้น” ... ก็เด็กมันบอกว่าไม่มีค่าเทอม พ่อก็ป่วย แม่ก็ตาย ซึ่งฟังไปฟังมา คนที่รักลูกสาวและลูกชายมากอย่างเขาก็ใจอ่อน พอเด็กมันบอกว่าขอยืมเขาก็แค่โอนให้มันยืม “ผมเป็นเหยื่อนะคุณรุ้ง คุณรุ้งต้องเห็นใจผม”
ซึ่งทอรุ้งก็ได้แต่ยกมือปิดหู ประโยคเหล่านี้เธอฟังเป็นรอบที่ล้าน และจากนี้ไปเมื่อมีลูกชายอยู่ข้าง ๆ เธอก็จะไม่ฟังข้อแก้ตัวของผู้ชายไม่รักดีอีกต่อไป
“อย่าเปลี่ยนเรื่องได้ไหม? ถ้าพ่อไม่บอกความจริง... หนูจะปล่อยน้ารุ้งกลับกับพี่รันแล้วนะ”
“เอ่อ...” จอมนิ่งไป ดูเหมือนโมลีจะรู้ว่าเขากำลังเปลี่ยนเรื่องเพื่อหลอกล่อมัน “พ่อ พ่อไปยืมเจ้านาย พ่อยืมกับคุณพู่”
“พ่อ!” หากสิ่งที่ท่านพูดออกมากลับทำให้โมลีตะโกนลั่น “เลิกโกหกสักทีได้ไหม? ถ้าเลี่ยงไปเลี่ยงมา เมื่อไรจะเคลียร์กัน”
“พ่อยืมกับคุณพู่จริง ๆ”
“คุณพู่ไม่ใช่ควายนะพ่อ เขาคงไม่ให้คนขับรถยืมเงินมากมายขนาดนั้นหรอก... พูดความจริงได้ไหม?”
“ก็บอกลูกไปสิคะ ว่าคุณจอมหลอกหนูพู่ว่าลูกสาวเป็นมะเร็ง กำลังจะใกล้ตาย!” เมื่อเห็นว่าจอมยังคงบ่ายเบี่ยงเลี่ยงความ ทอรุ้งที่รอฟังอยู่ก็รำคาญใจ สุดท้ายเพราะความโกรธเคืองทำให้เธอโพล่งความลับของสามีออกมา
ซึ่งผลของมันก็ทำให้ลูกสาวคนเดียวของจอมอ้าปากค้าง เป็นมะเร็งอย่างนั้นเหรอ? เธอเนี่ยนะ? นักวิ่งลมตดที่มีงานอดิเรกคือวิ่งกับว่ายน้ำ แชมป์ขว้างจักร โยนลูกตุ้มของมหาวิทยาลัย ความสามารถพิเศษสุด ๆ คือไถสเกตบอร์ดข้ามสิ่งกีดขวาง... เป็นมะเร็งที่ต้องใช้เงินรักษาเป็นล้าน เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมโมลีถึงไม่รู้?
แล้วจริงอยู่ที่แม่เธอตายเพราะมะเร็งเมื่อสามปีก่อน... แต่ของแบบนี้มันติดได้ด้วยการจามใส่เสียเมื่อไร
หึ เจ้าเล่ห์จริง ๆ ตาจอมจุ้น พ่อคนแสบสัน... โมลีไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมทอรุ้งถึงขอหย่า เพราะบางทีเธอเองก็อยากถอนตัวออกจากการเป็นลูกของผู้ชายคนนี้เช่นกัน
“ทำไมถึงโตมาเป็นคนแบบนี้” โมลีเอื้อมมือไปตีแขนคนเป็นพ่อ ความจริงอยากจะด่ามากกว่านี้เสียอีก ถ้าไม่ติดว่าท่านมีบุญคุณที่เลี้ยงดูเธอมา “แล้วจะยังไง? จะเอาเงินที่ไหนไปคืนเขา”
เป็นคำถามที่ต้องช่วยกันคิดทั้งบ้าน เพราะเหตุที่ต้องรวมตัวกันวันนี้ มันคือการที่ทอรุ้ง ตั้งใจจะกลับไปอยู่เชียงใหม่กับคนเป็นลูกและหย่าขาดจากสามีห่วยแตกอย่างพ่อเธอ ที่ไม่รู้ทำอีท่าไหนถึงได้ไปหลงกลเด็กรุ่นลูก ยอมให้มันตอดเงินไปเป็นล้าน ทั้งที่ฐานะตัวเองก็ไม่ได้ดีมากมาย
ที่แย่ที่สุดของเรื่องนี้ คือการที่พ่อโกหกว่าโมลีเป็นมะเร็ง ราวกับต้องการแช่งให้เธอตาย แถมยังเป็นโรคเดียวกับเมียเก่าที่เสียไป ราวกับต้องการล้อเลียน ซึ่งมันเกินจะรับไหวมาก ๆ
“น้ารุ้งขอไม่เกี่ยวด้วยนะฮันนี่ ยังไงก็ตามน้าก็จะหย่า” ทอรุ้งยังยืนยันคำพูดของตัวเอง และทันทีที่สามีที่กำลังจะเป็นอดีตทำท่าจะเอ่ยค้าน นางก็สวนขึ้นทันควัน “เป็นพ่อประสาอะไร ถึงแช่งลูกตัวเองให้ตาย แต่กลับเอาเงินไปปรนเปรออีหนู คิดดูเถอะค่ะ ว่ามันใช้ได้ที่ไหนกัน!”
“คุณรุ้ง... มันไม่ใช่อย่างนั้น” โธ่... จะพูดยังไงดีวะ? จอมทำหน้าตาเหยเก ยิ่งมีลูกชายของภรรยานั่งฟังอยู่ด้วยยิ่งเกรงใจ อย่างไรแล้วชรัณก็เป็นเพื่อนเจ้านายและสนิทกับพู่กลิ่นมาก “ผมไม่หย่า ยังไงก็ไม่หย่า... อาไม่หย่านะรัน ไม่ยอมให้คุณรุ้งไปไหนด้วย”
ชายวัยกลางคนตอบเสียงอ้อมแอ้มกลับไป หากต้องหน้าหงายเมื่อชรัณตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ผมแล้วแต่แม่ครับ... แต่ถ้าให้ออกความเห็น ผมอยากพาแม่กลับไปอยู่ด้วย ถ้าหากแม่ต้องมาเสียใจเรื่องที่คุณอามีคนอื่น กับต้องมีส่วนรับผิดชอบเรื่องเงินที่เสียไป ผมยอมไม่ได้”
“อาไม่ได้มีคนอื่น” จอมยังคงเถียงต่อไป “ยังไม่ทันเจอกันด้วยซ้ำ”
ซึ่งโมลีก็ได้แต่กุมขมับ... ถ้าถามเรื่องเงินเธอก็คงต้องใบ้กิน เพราะอย่าพูดถึงเงินเก็บเลย แค่เงินกินเธอยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ เนื่องจากอาชีพหลักของเธอในตอนนี้ก็คือว่างงาน อาชีพเสริมก็คือการวาดภาพ ถึงแม้ว่าจะขายได้ไม่มีขาด รูปสี่ห้าพัน แต่กำลังผลิตก็น้อยเหลือเกิน เดือนหนึ่งได้ไม่เกินสองรูป แค่ค่าอุปกรณ์ก็ยังไม่พอเลยมั้ง
“เอาเงินเก็บไอ้มูนไปโปะครึ่งหนึ่งก่อน แล้วอีกครึ่งก็ให้เขาหักจากเงินเดือนไม่ได้เหรอพ่อ?”
หลังจากนั่งเงียบอยู่นานโมลีก็เอ่ยถาม ซึ่งประเด็นสำคัญไม่ใช่การคืนเงินหรอก ที่เป็นปัญหาอยู่ตอนนี้ก็ คือการที่แม่เลี้ยงของเธอหัวชนฝาว่าจะกลับบ้าน ส่วนชรัณก็ชัดเจนว่าไม่อยากให้คนเป็นแม่อยู่ต่อ กับสามีที่สร้างหนี้ก้อนใหญ่
เช่นนั้นแล้ว หากผ่อนผันหนี้ไปได้ อย่างน้อยที่สุดเหลือไว้สักครึ่งหนึ่ง ก็ยังมีหน้าต่อรองกับภรรยาของพ่อได้บ้าง
“มันไม่ให้ มันบอกจะเอาไว้เลี้ยงลูกมัน” คนเป็นพ่อบ่นอุบออกมา ทำเอาลูกสาวอย่างโมลีต้องกุมขมับ
มือเรียวสวยถูกยกขึ้นมาทึ้งหัวตัวเองอีกครั้ง จากนั้นก็กรีดร้องออกมาแบบไม่มีเสียง อยากจะบ้าตายจริง ๆ เมื่อหาทางออกให้กับเรื่องนี้ไม่ได้ แล้วอีกอย่าง ถ้าคุณพู่รู้เรื่องนี้เข้า จะไม่โกรธจนเลิกจ้างวานพ่อเธอหรือไง?
โทษฐานที่ไปหลอกเอาเงินเป็นล้าน กล้าโม้ไปอย่างนั้นได้อย่างไร? ทำเหมือนว่าเธอจะตายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
